คอลลาเจนไดเปปไทด์ ตัวช่วยบำรุงผิวสวย และกระดูกที่แข็งแรง

“คอลลาเจนไดเปปไทด์” (Collagen dipeptides) คือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของคอลลาเจน ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 ชนิดมารวมกัน ได้แก่ ไกลซีนและโพรลีน ไดเปปไทด์เหล่านี้ได้มาจากการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ การสลายของโมเลกุลคอลลาเจนที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลทำให้มีการผลิตเปปไทด์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ และมีการดูดซึมสูง ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้เป็นหนึ่งในประเภทของคอลลาเจนที่หลาย ๆ คน ต่างได้ยินกันมามา จากทั้งสื่อโฆษณาโทรทัศน์ สื่อโฆษณาออนไลน์ หรือตามรีวิวแบรนด์คอลลาเจนที่ดีที่สุด แต่แท้จริงแล้วคุณรู้หรือไม่ว่าคอลลาเจนประเภทนี้คืออะไร เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะส่งผลดีต่อร่างกายของคุณอย่างไรบ้าง?

บทความนี้จะพาคุณมาเจาะลึกในหัวข้อคอลลาเจนไดเปปไทด์ ทำไมถึงมักนำมาใช้ เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม,คอลลาเจนเปปไทด์ เป็นโปรตีนขนาดเล็กมาก ได้มาจากคอลลาเจนของสัตว์,การใช้งานและประสิทธิภาพ,ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง,ประเภทของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์,เจาะลึกในเรื่องของประโยชน์ จากการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์,ประเภทคอลลาเจน และอาหารเสริมคอลลาเจน,ผลข้างเคียง/ความเสี่ยงของการใช้คอลลาเจนเปปไทด์,ความแตกต่างระหว่างคอลลาเจนจากวัวและหมู VS คอลลาเจนจากปลา,กินคอลลาเจนทุกวันดีไหม ? และไม่ควรกินคอลลาเจนคู่กับอะไรบ้าง ?


คอลลาเจนไดเปปไทด์ ทำไมถึงมักนำมาใช้ เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม

คอลลาเจนไดเปปไทด์ ทำไมถึงมักนำมาใช้ เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม

คอลลาเจนไดเปปไทด์ มักใช้เป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อทำหน้าที่บำรุงสุขภาพผิวหนัง ข้อต่อ และกระดูก ให้ผลในเชิงบวกต่อการสังเคราะห์ของคอลลาเจน ช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวหนัง ลดรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอย และเสริมสุขภาพข้อต่อและกระดูก

จากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์นั้นร่างกายของคนเรา สามารถดูดซึมได้ดี และอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการทานอาหารเสริมคอลลาเจนในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ผงโปรตีนคอลลาเจนหรือเปปไทด์คอลลาเจนที่ไฮโดรไลซ์ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้ของคอลลาเจนไดเปปไทด์ และกลไกการทำงานอย่างเต็มที่


คอลลาเจนเปปไทด์ เป็นโปรตีนขนาดเล็กมาก ได้มาจากคอลลาเจนของสัตว์

คอลลาเจน เป็นส่วนประกอบหนึ่งของกระดูกอ่อน กระดูก และผิวหนัง คอลลาเจนเปปไทด์ เกิดจากการสลายโปรตีนคอลลาเจนทั้งหมดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เมื่อรับประทานเข้าไป คอลลาเจนเปปไทด์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนังและกระดูกอ่อน ซึ่งจะช่วยฟื้นคืนสุขภาพผิวให้มีความเต่งตึง และทำให้ข้อต่อมีสุขภาพแข็งแรงเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก

อาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์ มักจะแนะนำให้ผู้ที่ประสบปัญหาในเรื่องของริ้วรอยก่อนวัย มีความไม่สดชื่นของผิว ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง  และยังใช้สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน, เล็บเปราะ, ขาดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และวัตถุประสงค์อื่น ๆ อีกมากมาย คอลลาเจนเปปไทด์ไม่ใช้ คอลลาเจนประเภท I (ดั้งเดิม), คอลลาเจนประเภท II (ดั้งเดิม) หรือเจลาติน ดังนั้นอย่าสับสนนำมารวมเป็นชนิดเดียวกัน


การใช้งานและประสิทธิภาพ

การใช้งานและประสิทธิภาพคอลลาเจนไดเปปไทด์

ผู้ที่มักจะรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนประเภทไดเปปไทด์ คือ ผู้ที่มีผิวแก่ก่อนวัย หรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนภายในร่างกาย การทานคอลลาเจนเปปไทด์ ในรูปแบบอาหารเสริมที่มีคุณภาพ มีกระบวนการผลิตอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ และสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้เล็กน้อยและปรับปรุงการทำงานของข้อต่อในผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือนในการรักษา โดยเฉพาะการทานคอลลาเจนในรูปแบบอาหารเสริมเป็นประจำถึงอาจจะเห็นผล


ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

สิ่งที่ต้องระวังผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์ หาได้น้อย เพราะมีความปลอดภัย แนะนำให้คุณดื่มหรือรับประทานอาหารเสริมในรูปแบบแคปซูลปริมาณ 10 กรัมต่อวัน จะเหมาะสม โดยผลข้างเคียงนั้นหายาก แต่ก็มีสิ่งที่คุณต้องระวังให้มาก ๆ นั่นก็คือเลือกทานอาหารเสริมที่มีคุณภาพไว้ใจได้จริง มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากองค์กรอาหารและยาผ่านกรรมวิธีการผลิตที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ และในกรณีที่คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะทานอาหารเสริมทุกประเภท ทุกครั้ง


ประเภทของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์

ประเภทของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนไดเปปไทด์ ได้มาจากโปรตีนคอลลาเจนและประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 ชนิดที่รวมเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปคือไกลซีนและโพรลีน เชื่อว่าเปปไทด์ขนาดเล็กเหล่านี้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่าคอลลาเจนโมเลกุลใหญ่ และมักทานเพื่อดูแลสุขภาพผิวหนัง ข้อต่อ และกระดูก

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนไดเปปไทด์ มีจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ แคปซูล เม็ด ผง และสูตรน้ำ สามารถรับประทานได้ โดยมักจะผสมน้ำหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ และมักแนะนำให้บริโภคในขณะท้องว่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนไดเปปไทด์สามารถบริโภคเพียงอย่างเดียว หรือผสมกับเครื่องดื่มหรืออาหารอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ผงคอลลาเจนบางชนิดสามารถผสมกับน้ำ น้ำผลไม้ หรือสมูทตี้ได้ ในขณะที่บางสูตรที่เป็นของเหลวสามารถเติมลงในกาแฟหรือชาได้

เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตในการใช้งานอย่างเคร่งครัด และปรึกษากับผู้ให้บริการด้านสุขภาพก่อนรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์ เพื่อทำให้แน่ใจว่าปลอดภัยและเหมาะสมกับความต้องการของคุณ


เจาะลึกในเรื่องของประโยชน์ จากการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์

เจาะลึกในเรื่องของประโยชน์ จากการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนไดเปปไทด์

ในหัวข้อนี้เราจะนำคุณผู้อ่านมาเจาะลึกประโยชน์ที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนประเภทนี้กัน ช่วยทำให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจก่อนที่จะเลือกรับประทานได้ดี

  1. รักษาความยืดหยุ่นของผิว

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ผิวของเราจะหมองคล้ำและมีริ้วรอยมากขึ้น แต่คอลลาเจนเปปไทด์สามารถช่วยแก้ไขให้ผิวแก่ก่อนวัยได้ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคอลลาเจนเปปไทด์อาจชะลอสัญญาณแห่งวัย โดยการรักษาความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย

  1. บรรเทาอาการปวดข้อ

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นระบบข้อต่อในร่างกายจะทำงานลดลง บางครั้งก็จะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ทุกครั้งที่มีการขยับบริเวณข้อต่อจะรู้สึกปวด รู้สึกเสียวแปล๊บขยับตัวไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายจะทำให้ข้อต่อยืดได้ มีความยืดหยุ่น ซึ่งหมายความว่าเมื่อการผลิตคอลลาเจนลดลง โอกาสที่จะเกิดปัญหาข้อต่อ เช่น ข้อเข่าเสื่อมก็เพิ่มขึ้น

แต่คอลลาเจนเปปไทด์สามารถช่วยปกป้องเส้นเอ็น และทำให้เกิดความยืดหยุ่นในบริเวณข้อต่อได้ การศึกษาพบว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์ ช่วยลดอาการปวดข้อของนักกีฬา ผู้สูงอายุ และผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผู้สูงอายุหลาย ๆ คน จึงสนใจอยากจะศึกษาเรื่องการทานอาหารเสริมประเภทคอลลาเจน เพราะไม่ได้หวังผลในเรื่องของรูปลักษณ์พี่เต่งตึงสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่หวังผลไปถึงระบบการทำงานภายในด้วย

  1. เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และกล้ามเนื้อ

โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่โรคเดียวที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น โรคกระดูกพรุนซึ่งทำให้กระดูกอ่อนแอลงก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดเช่นกัน กระดูกของคุณสร้างจากคอลลาเจนเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อร่างกายของคุณผลิตคอลลาเจนลดลง กระดูกของคุณจะอ่อนแอลง ทำให้กระดูกหักได้ง่าย หรือบางคนก็จะมีอาการกระดูกเปราะ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ อาจมีประโยชน์ในการรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุน

นอกจากนี้ คอลลาเจนยังสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อได้มากถึง 10% ดังนั้นคอลลาเจนเปปไทด์อาจมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ) เช่นกัน


ประเภทคอลลาเจน และอาหารเสริมคอลลาเจน

คอลลาเจนเปปไทด์มีทั้งแบบเม็ดและแบบผง และมักทำมาจากสัตว์ เช่น วัวหรือหมู นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนจากทะเลที่ทำจากหนังปลาหรือเกล็ดอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนมังสวิรัติ เนื่องจากผลิตคอลลาเจนมาจากกระดูกและผิวหนังของสัตว์


ผลข้างเคียง/ความเสี่ยงของการใช้คอลลาเจนเปปไทด์

ความเสี่ยงในการรับประทานเรียกได้ว่าแทบจะน้อยมาก เว้นแต่คุณจะแพ้ส่วนผสมบางอย่างเท่านั้น เพราะไม่มีผลข้างเคียงที่ทราบจากการใช้คอลลาเจนเปปไทด์ แต่ไม่ว่าความเสี่ยงจะน้อยถึงเพียงใด ก็มีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นคุณไม่ควรชะล่าใจในการเลือกทานคอลลาเจน ทุกครั้งคุณควรอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์และปรึกษากับเภสัชกรหรือคุณหมอที่ไว้ใจได้

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถทานคอลลาเจนเปปไทด์ได้ 2.5 – 15 กรัมต่อวันอย่างปลอดภัย อย่าลืมอ่านฉลากบน ผลิตภัณฑ์ของคุณ ว่าใน 1 เม็ดมีปริมาณเท่าไหร่ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง คอลลาเจนไดเปปไทด์บางประเภทที่มีลักษณะในรูปแบบผง สามารถนำไปผสมในกาแฟ สมูทตี้ และโปรตีนเชค ได้ โดยทั่วไปมักจะนิยมเพิ่มลงในน้ำหรืออาหาร 1 – 2 ช้อนโต๊ะ เป็นปริมาณมาตรฐาน


ความแตกต่างระหว่างคอลลาเจนจากวัวและหมู VS คอลลาเจนจากปลา

ความแตกต่างระหว่างคอลลาเจนจากวัวและหมู VS คอลลาเจนจากปลา

เราจะมาเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างคอลลาเจนจากวัวและหมู และคอลลาเจนจากปลาให้คุณได้ทำความเข้าใจกัน 

  1. คอลลาเจนจากวัว และหมู มีราคาถูกกว่า

คอลลาเจนจากวัวและหมูมีราคาถูกกว่าในการสกัด จึงเป็นที่นิยมใช้ในเครื่องสำอางหลายชนิด เชื่อกันว่ามีคนประมาณ 3% แพ้คอลลาเจนจากวัว แต่คอลลาเจนจากหมูนั้น คล้ายกับคอลลาเจนของมนุษย์มากกว่า ดังนั้นการแพ้จึงพบได้น้อยกว่า

  1. คอลลาเจนจากปลา (ทะเล) มีการดูดซึมที่เหนือกว่า

คอลลาเจนจากทะเลสกัดจากปลาน้ำเย็น โดยทั่วไปแล้วมักมาจากปลาแซลมอน คอลลาเจนจากปลาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 1.5 เท่า ซึ่งหมายความว่ามีการดูดซึมได้ดีกว่าวัวหรือหมู เป็นเพราะขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าเมื่อเทียบกับคอลลาเจนประเภทอื่น ๆ ขนาดอนุภาคที่เล็กลง ทำให้การดูดซึมและการขนส่งคอลลาเจนเปปไทด์ไปยังผิวหนัง กระดูก และข้อต่อทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เพื่อการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ เนื่องจากดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่า จึงถือเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ผ่านการขจัดกลิ่นคาว แต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนที่สกัดมาจากปลาที่ดีจะต้องทานแล้วไม่คาว กินได้แบบสบาย ๆ


กินคอลลาเจนทุกวันดีไหม ?

การบำรุงผิวหนัง และความแข็งแรงของข้อต่อและกระดูกสามารถเสริมได้โดยการกินอาหารเสริมคอลลาเจนทุกวัน ซึ่งหากต้องการให้เห็นผลควรรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารที่สมดุลและหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 เพื่อสุขภาพที่ดีทั่วไป และการบริโภคอาหารที่มีผลไม้ ผัก โปรตีนไม่ติดมัน และไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ยังเสริมสร้างสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ


ไม่ควรกินคอลลาเจนคู่กับอะไรบ้าง ?

อาหารเสริมคอลลาเจนมักผลิตจากสัตว์เช่นวัว ปลา ไก่ หมู และแกะ ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ และควรหลีกเลี่ยงการกินคอลลาเจนร่วมกับอาหารหรือเครื่องดื่มดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์ Detox : เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมและนำคอลลาเจนไปใช้ได้อย่างเต็มที่
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : นอกจากจะเป็นตัวการทำร้ายคอลลเจนในร่างกายแล้ว ยังทำให้ร่างกายไม่สามรถดูดซึมเพื่อไปบำรุง
  • หลีกเครื่องดื่มที่มีความหวาน : น้ำตาลคือตัวการสำคัญที่ทำให้โปรตีนหรือคอลลาเจนย่อยสลายเร็ว และเป็นตัวกานของความเหี่ยวย่น
  • ทานคู่กับผลไม้ที่มีน้ำมาก : ทำให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะ การดูดซึมจึงน้อยลง

และนี่ก็คือความรู้ที่เกี่ยวกับคอลลาเจนไดเปปไทด์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะช่วยทำให้คุณนั้นมีความรู้เกี่ยวกับอาหารเสริมประเภทนี้ก่อนที่คุณจะรับประทานเข้าไป และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีต่อการบำรุงสุขภาพร่างกายจากภายในได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยและเห็นผลได้จริง ช่วยแก้ไขความเจ็บปวดหรือความไม่พึงประสงค์บางอย่างได้จริง


อ้างอิงจาก :

Sending
User Review
0 (0 votes)